• อัพลิสต์ชิเคห์-กอรี-พิพิธภัณฑ์สตาลิน-อาคัลท์ชิกเค่-ปราสาทราบาติ-บอร์โจมี
  • ขึ้นกระเช้าชมสวนบอร์โจมี-บอร์โจมี-ป้อมอันนานูรี-อ่างเก็บน้ำชินวารี-กูดาอูรี-อนุสรณ์สถานรัสเซีย จอร์เจีย
  • คาซเบกี้-ทบิลีซี-ขึ้นกระเช้าชมป้อมนาริกาลา-วิหารศักดิ์สิทธิ์ทบิลิซี-วิหารจวารี–ไวน์เทสติ้ง (Chateau Mukhrani)
  • โบสถ์เมเคตี-โครนิเคิล ออฟ จอร์เจียสะพานสันติภาพ
ทัวร์จอร์เจีย
รหัส 036-2508
วันที่เดินทาง
พ.ย.65 - ก.ย.66
ช่วงเวลา
6 วัน 4 คืน
ราคาเริ่มต้น
59,999 บาท
แผนการเดินทาง
วันที่ 1
กรุงเทพ(สนามบินสุวรรณภูมิ)

22.00 น. : คณะพร้อมกัน ณ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศชั้น4 สนามบินสุวรรณภูมิเคาน์เตอร์สายการบินไทยแอร์เอเชียเอกซ์(XJ) พบเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวก

วันที่ 2
ทบิลิซี-อัพลิสต์ชิเคห์-กอรี-พิพิธภัณฑ์สตาลิน-อาคัลท์ชิกเค่-ปราสาทราบาติ-บอร์โจมี - ขึ้นกระเช้าชมสวนบอร์โจมี-บอร์โจมี

01.00 น. : ออกเดินทางสู่เมืองทบิลิซี ประเทศจอร์เจีย โดยสายการบินไทยแอร์เอเชียเอกซ์(XJ) เที่ยวบินที่ XJ908 (01:00-08:00) (ใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 11 ชั่วโมง บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)

08.00 น. : เดินทางถึงสนามบินกรุงทบิลิซี ประเทศจอร์เจีย หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองแล้ว (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมง) กรุงทบิลิซี (Tbilisi) เมืองหลวงของประเทศจอร์เจีย ริมฝั่งแม่น้ำคูรา(Kura) เมืองนี้ถูกสร้างโดย วาคตัง จอร์กาซาลี กษัตริย์จอร์เจียแห่งคาร์ตลี (ไอบีเรีย) ในคริสต์ศตวรรษที่ 4 ปัจจุบันทบิลิซีเป็นศูนย์กลางการขนส่งและการค้า เนื่องจากความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์เป็นจุดตัดระหว่างทวีปเอเชียกับทวีปยุโรป

นำท่านเดินทางสู่เมืองอัพลิสต์ชิเคห์(Uplistsikhe) ซึ่งเป็นเมืองถ้ำเก่าแก่ของจอร์เจีย มีการตั้งถิ่นฐานในดินแดนแถบนี้กันมานานแล้วกว่า 3000 ปีก่อน ในอดีตเป็นเส้นทางการค้าขายสินค้าจากอินเดียไปยังทะเลดำและต่อไปถึงทางตะวันตก ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้แบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ ส่วนเหนือ ส่วนกลาง และส่วนใต้ ซึ่งส่วนกลางจะเป็นบริเวณที่ใหม่ที่สุด ประกอบไปด้วยสถาปัตยกรรมการสร้างตัดหินและเจาะลึกเข้าไปเป็นที่อยู่อาศัย ถ้ำส่วนมากจะไม่มีการตกแต่งภายในใดๆ และยังมีห้องต่างๆ ซึ่งคาดว่าเป็นโบสถ์เก่าแก่ของชาวคริสต์ ที่สร้างขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 9 ให้ท่านอิสระชมหมู่บ้านที่สร้างขึ้นจากถ้ำนี้ตามอัธยาศัย

นำท่านเดินทางสู่เมืองกอรี(Gori) ซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของเมืองมิสเคต้า เมืองนี้เป็นเมืองบ้านเกิดของ โจเซฟ สตาลิน (Joseph Stalin) ชาวจอร์เจียที่ในอดีตเป็นผู้ปกครองสหภาพโซเวียต ในยุคศตวรรษที่ 1920 ถึง 1950 และมีชื่อเสียงเรื่องความโหดเหี้ยมในการปกครองในเมืองกอรีแห่งนี้

นำท่านชมพิพิธภัณฑ์ของท่านสตาลิน(Musuem of Stalin) ซึ่งเป็นสถานที่รวบรวมเรื่องราว และสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ของสตาลินเอาไว้ รวมไปถึงตัวอาคารที่สตาลินเกิดด้วย ภายในพิพิธภัณฑ์สตาลิน มีการจัดแสดงชีวประวัติของสตาลิน ตั้งแต่เกิดจนกระทั่งเสียชีวิต

กลางวัน : รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางสู่เมืองอาคัลท์ชิกเค่ (Akhaltsikhe) นำท่านชมปราสาทราบาติ (Rabati Castle) สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 9 ปราสาทด้านในประกอบด้วยอาคารหลายส่วน ซึ่งล้อมรอบด้วยแนวกำแพงหินที่ใช้เป็นป้อมปราการป้องกันข้าศึก อาณาเขตของปราสาทมีพื้นที่ถึง 7 เอเคอร์ ประกอบด้วยอาคารหลากหลายศิลปะและวัฒนธรรมที่ผสมกันมากมาย เช่น จอร์เจีย ออตโตมัน ยิว ปราสาทราบาติ (Rabati Castle) ปราสาทเก่าแก่ที่มีความสวยงามและมีขนาดใหญ่มาก โดยปราสาทแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในเมืองอัคคาซิเค่ สามารถมองเห็นตัวปราสาทได้ตั้งแต่ไกล ตัวปราสาทที่สร้างด้วยศิลา ตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 9 โดย Guaram Mampal และมีชื่อปราสาทในตอนแรกว่า Lomisa Castle ตัวปราสาทมีการต่อเติมหลายครั้ง รวมทั้งมีกำแพงที่ใหญ่โตมาก เพราะพื้นที่บริเวณนี้ในสมัยอดีตเคยเป็นสถานที่รบพุ่งกับศัตรูต่างๆ อยู่เป็นประจำ โดยในช่วงศตวรรษที่ 13-14 ที่เมืองอัคคาซิเค่ได้กลายเป็นเมืองหลวงของแคว้น Samtskhe-Javakheti ปราสาทแห่งนี้ก็ได้ถูกต่อเติมหลายส่วนเพื่อใช้เป็นที่ประทับของเจ้าชาย Javakheti กับครอบครัว จนกระทั่งช่วงปลายศวตวรรษที่ 15 ดินแดนทั้งหมดของแคว้น Samtskhe-Javakheti ก็ได้ตกไปอยู่ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิออตโตมัน และนั่นทำให้ในปี ค.ศ. 1752 ปราสาทแห่งนี้ได้มีการสร้างมัสยิดไว้ภายใน แต่หลังจากที่จักรวรรดิวรรดิออตโตมันครอบครองปราสาทและพื้นที่เมืองอัคคาซิเค่ได้ประมาณ 200 ปี เจ้าชาย Paskevich แห่งรัสเซียก็ได้ทำการพิชิตปราสาทแห่งนี้และดึงกลับมาอยู่ภายใต้การปกครองของสหภาพโซเวียต และในเวลาต่อมาก็ได้เกิดการแบ่งแยกดินแดนมีการแยกประเทศจอร์เจียออกมาจากสหภาพโซเวียต ก็เลยทำให้ปราสาทราบาติแห่งเมืองอัคคาซิเค่นี้อยู่ภายใต้การดูแลของประเทศจอร์เจียจวบจนถึงปัจจุบัน และกลายเป็นหนึ่งในปราสาทที่มีความสวยงามมีความอลังการมากของประเทศจอร์เจีย

นำท่านเดินทางสู่เมืองบอร์โจมี(Borjomi) เมืองตากอากาศเล็กๆ ทางในหุบเขาทางตอนใต้ของประเทศจอร์เจีย มีประชากรอาศัยอยู่ไม่ถึง 15,000 คน ที่มีชื่อเสียงระดับโลกในเรื่องน้ำแร่ โดยน้ำแร่ยี่ห้อบอร์โจมีได้มีการบรรจุ ณ ธารน้ำแร่บริสุทธิ์ที่ไหลรินจากยอดเขาบาคุเรียนี(Bakuriani Mountain) และส่งออกไปขายกว่า 40 ประเทศทั่วโลก โดยในอดีตชาวเมืองเชื่อกันว่าจะทำให้มี สุขภาพแข็งแรงและสามารถรักษาโรคร้ายได้ นำท่านเข้าชม Borjomi City Park สถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนของชาวเมืองบอร์โจมีที่นิยมมาเดินเล่นและผ่อนคลายโดยการแช่น้ำแร่ในวันหยุด จากนั้นนำท่านขึ้นกระเช้าสู่จุดชมวิวบนหน้าผาเหนือสวนบอร์โจมี อิสระให้ท่านเก็บภาพวิวทิวทัศน์ธรรมชาติจากมุมสูงตามอัธยาศัย

เย็น : รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

วันที่ 3
บอร์โจมี-ป้อมอันนานูรี-อ่างเก็บน้ำชินวารี-กูดาอูรี-อนุสรณ์สถานรัสเซีย จอร์เจีย-คาซเบกี้

เช้า : รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม

นำท่านเดินทางชมป้อมอันนานูรี(Ananuri Fortress) ป้อมปราการเก่าแก่ ที่มีกำแพงล้อมรอบ ริมแม่น้ำอรักวี ถูกสร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่16-17 ชมความงดงามขอโบสถ์ 2 หลังที่ตั้งอยู่ภายในกำแพง ซึ่งเป็นโบสถ์ของชาวเวอร์จิ้น ภายในยังมีหอคอยทรงสี่เหลี่ยมใหญ่ที่ตั้งตระหง่าน ทำให้เห็นทัศนีย์ภาพทิวทัศน์อันสวยงามด้านล่างจากมุมสูงของป้อมปราการนี้ รวมถึงอ่างเก็บน้ำชินวารี(Zhinvali Reservoir) และยังมีเขื่อนซึ่งเป็นสถานที่สำคัญสำหรับนำน้ำที่เก็บไว้ส่งต่อไปยังเมืองหลวงและใช้ผลิตไฟฟ้า ซึ่งทำให้ชาวเมืองทบิลิซีมีน้ำไว้ดื่มใช้

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองกูดาอูรี(Gudauri) เมืองสกีรีสอร์ทที่มีชื่อเสียง ตั้งอยู่บริเวณที่ราบเชิงเขาของเทือกเขาคอเคซัส มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,100 เมตร สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งที่พักผ่อนเล่นสกีในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนเมษายน ซึ่งจะมีหิมะปกคลุมอยู่ตลอดเวลา ระหว่างทางชมทิวทัศน์อันสวยงาม ตามทางเส้นทางหลวงที่สำคัญของจอร์เจียที่มีชื่อว่า Georgian Military Highway หรือเส้นทางสำหรับใช้ในด้านทหาร ถนนสายนี้เป็นถนนสายสำคัญที่สุดที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยที่จอร์เจียอยู่ภายใต้การควบคุมจากสหภาพโซเวียต เพื่อใช้เป็นเส้นทางหลักในการข้ามเทือกเขาคอเคซัสจากรัสเซียมายังที่ภูมิภาคนี้ ถนนแห่งประวัติศาสตร์นี้เป็นเส้นทางที่จะนำท่านขึ้นสู่เทือกเขาคอเคซัส(Caucasus Mountain) เป็นเทือกเขาที่ตั้งอยู่ระหว่างทวีปยุโรป และเอเชีย ประกอบด้วย 2 ส่วน คือเทือกเขาคอเคซัสใหญ่ และเทือกเขาคอเคซัสน้อย ที่มีความยาวประมาณ 1,100 กม. ที่เป็นเส้นกั้นระหว่างพรมแดนรัสเซียกับจอร์เจีย

กลางวัน : รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านแวะถ่ายรูปอนุสรณ์สถานรัสเซีย-จอร์เจีย (Russia–Georgia Friendship Monument) อนุสรณ์สถานหินโค้งขนาดใหญ่บนเนินเขา สร้างขึ้นในปี 1983 เพื่อเฉลิมฉลองครอบรอบ 200 ปี ของสนธิสัญญาจอร์จีเอฟสกี และความสัมพันธ์ระหว่างสหภาพโซเวียตและจอร์เจีย จุดชมวิวนี้ถือเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของจอร์เจีย

ท่านเดินทางสู่เมืองคาซเบกี้(Kazbegi) หรือปัจจุบันเรียกว่า เมืองสเตปันสมินดา(Stepantsminda) ชื่อนี้เพิ่งเปลี่ยนเมื่อปี 2006 หลังจากนักบุญนิกายออร์โธด๊อก ชื่อ สเตฟาน ได้มาพำนักอาศัยและก่อสร้างสถานที่สำหรับจำศีลภาวนาขึ้น เมืองนี้อยู่ห่างจากเมืองหลวงทบิลิซี ประมาณ 157 กิโลเมตร เป็นเมืองเล็กๆตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเทอร์กี้ ถือเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวบนเทือกเขาคอเคซัส(Caucasus) ที่สำคัญของประเทศจอร์เจีย มีภูมิทัศน์ที่สวยงามโดยรอบ รวมทั้งเป็นจุดชมวิวของยอดเขาคาซเบกี้

นำท่านขึ้นรถ 4WD (รถขับเคลื่อน 4 ล้อ) เพื่อเข้าสู่ใจกลางหุบเขาคอเคซัส(Caucasus) นำท่านชมความสวยงามของโบสถ์เกอร์เกตี้(Gergeti Trinity Church) หรือเรียกว่าโบสถ์สมินดา ซาเมบา (Tsminda Sameba) สร้างด้วยหินแกรนิตขนาดใหญ่ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 เป็นโบสถ์ชื่อดังกลางหุบเขาคอเคซัส ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญหนึ่งของประเทศจอร์เจีย ตั้งอยู่บนเทือกเขาคาซเบกี้ ที่ระดับความสูงจากน้ำทะเล 2,170 เมตร (ในกรณีที่มีหิมะตกหนัก จนไม่สามารถเดินทางได้ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ ปรับเปลี่ยนโปรแกรมตามความเหมาะสม)

เย็น : รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

วันที่ 4
คาซเบกี้-ทบิลีซี-ขึ้นกระเช้าชมป้อมนาริกาลา-วิหารศักดิ์สิทธิ์ทบิลิซี

เช้า : รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม

นำท่านเดินทางกลับสู่ กรุงทบิลิซี(Tbilisi) เมืองหลวงของประเทศจอร์เจีย ริมฝั่งแม่น้ำคูรา(Kura) เมืองนี้ถูกสร้างโดย วาคตัง จอร์กาซาลี กษัตริย์จอร์เจียแห่งคาร์ตลี (ไอบีเรีย) ในคริสต์ศตวรรษที่ 4 ปัจจุบันทบิลิซีเป็นศูนย์กลางการขนส่งและการค้า เนื่องจากความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์เป็นจุดตัดระหว่างทวีปเอเชียกับทวีปยุโรป ระยะทาง 155 กม. ใช้ระยะเวลาประมาณ 3.15 ชม.

กลางวัน : รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเที่ยวชมเมืองเก่าทบิลิซี(Old town) นำท่านขึ้นกระเช้าชมป้อมนาริกาลา(Narikala Fortress) ป้อมปราการหินโบราณขนาดใหญ่บนเนินเขา สร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 4 ผ่านผู้ปกครองมาหลายยุคหลายสมัยที่ต่างผลัดกันเข้ามารุกรานนครเล็กๆ บนเส้นทางสายไหมแห่งนี้ ราชวงศ์อุมัยยัดของชาวอาหรับได้ต่อเติมป้อมในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 7  ต่อมาพวกมองโกลตั้งชื่อให้ใหม่ว่า Narin Qala แปลว่าป้อมน้อย (Little Fortress) นักประวัติศาสตร์ยกย่องว่าป้อมนาริกาลาเป็นป้อมแห่งหนึ่งบนเส้นทางสายไหมที่แข็งแกร่งและตีได้ยากที่สุด

นำท่านถ่ายรูปด้านนอกกับวิหารศักดิ์สิทธิ์ของทบิลิซี(Holy Trinity Cathedral) ที่เรียกกันว่า Sameba เป็นโบสถ์หลักของคริสตจักรออร์โธดอกจอร์เจียตั้งอยู่ในทบิลิซีเมืองหลวงของจอร์เจีย สร้างขึ้นระหว่างปี 1995 และปี 2004 และเป็นวิหารที่สูงที่สุด อันดับที่ 3 ของโบสถ์ออร์โธดอกในโลก

เย็น : รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร **พร้อมชมโชว์พื้นเมือง**

วันที่ 5
ทบิลิซี-วิหารจวารี–ไวน์เทสติ้ง (Chateau Mukhrani)-โบสถ์เมเคตี-โครนิเคิล ออฟ จอร์เจีย สะพานสันติภาพ

เช้า : รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม

นำท่านชมวิหารจวารี(Jvari Monastery) โบสถ์แห่งไม้กางเขนอันศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาคริสต์นิกายออร์โธดอก สร้างขึ้นเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 6 ชาวจอร์เจียสักการะนับถือวิหารแห่งนี้เป็นอย่างมาก ภายในโบสถ์มีไม้กางเขนขนาดใหญ่ โบสถ์นี้ตั้งอยู่บนภูเขาที่มีแม่น้ำสองสายมาบรรจบกันคือแม่น้ำมิควารี และแม่น้ำอรักวี

นำท่านสู่ไวน์เทสติ้ง(Chateau Mukhrani) ให้ท่านได้ชิมไวน์หลากหลายปีการผลิต ชมโรงบ่มองุ่นเพื่อผลิตเป็นไวน์ และเรื่องราวประวัติศาสตร์การผลิตไวน์ก่อตั้งขึ้นโดย Ivane Mukhranbatoni ตัวแทนของราชวงศ์และผู้มีบทบาททางการเมืองของจอร์เจียในช่วงศตวรรษที่ 19 ในปี1876 เขากลับมาจากฝรั่งเศสพร้อมกับความรู้เกี่ยวกับแนวคิดของการทำไวน์ และนับตั้งแต่นั้นมาประวัติศาสตร์ของการทำไวน์ของChâteau Mukhani ก็เริ่มขึ้น ต่อมาในปี 2003 กลุ่มผู้ประกอบการชาวจอร์เจียเริ่มฟื้นฟูโดยมีความตั้งใจที่จะรื้อฟื้นอสังหาริมทรัพย์แห่งศตวรรษที่สิบเก้าสู่ความรุ่งโรจน์ในอดีตและสร้างการผลิตขึ้นใหม่ โดยผสมผสานเทคโนโลยีที่ทันสมัยและดั้งเดิมเข้าด้วยกัน โดยเริ่มมีการพัฒนาบริการการท่องเที่ยวและบริการไวน์การโฮสต์ทัวร์ไวน์ประเภทต่าง ๆ อิสระให้ท่านเดินเล่นไร่องุ่น เดินชมมาดูขั้นตอนการบ่มไวน์ และแน่นอนว่ารวมไปถึงการลองลิ้มชิมรสไวน์ในแบบจอร์เจีย ซึ่งบอกเลยว่าราคานั้นถูกมาก ซื้อได้ในราคาที่ไม่ถึงพันบาทไทย

กลางวัน : รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านชมเดอะ โครนิเคิล ออฟ จอร์เจีย (The Chronicle of Georgia) อนุสรณ์สถานที่มีการบันทึกเรื่องราวต่างๆ ในหน้าประวัติศาสตร์ของประเทศจอร์เจียเอาไว้บนเสาขนาดใหญ่จำนวนถึง 16 ต้น ซึ่งเสาแต่ละต้นนั้นมาในไซส์ใหญ่ยักษ์ที่มีขนาดราวสิบคนโอบ และสูงถึง 35 เมตร และด้วยทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่บนภูเขา จากบริเวณนี้คุณจึงสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองทบิลิซี ได้แบบเต็มๆ ที่ให้ความรู้สึกตื่นตาตื่นใจและยิ่งใหญ่ชวนตะลึง

นำท่านชมสะพานสันติภาพ(The Bridge of Peace) ข้ามแม่น้ำคูราเพื่อเชื่อมระหว่างตัวเมืองเก่า และตัวเมืองใหม่ของทบิลิซี สะพานสร้างจากเหล็กและกระจกใส เปิดใช้งานครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2010 ได้รับการยกย่องว่าเป็นงานสถาปัตยกรรมยุคใหม่ที่มีความสวยงามออกแบบโดยสถาปานิกชาวอิตาเลียนชื่อ Michele De Lucchi โครงสร้างถูกออกแบบและสร้างที่ประเทศอิตาลี และได้นำเข้ามาโดยรถบรรทุก 200 คัน เพื่อเข้ามาติดตั้งในเมืองทบิลิซี

เย็น : รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคารอาหารไทย

วันที่ 6
ทบิลีซี–กรุงเทพ(สนามบินสุวรรณภูมิ)

เช้า : รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม

ได้เวลาพอสมควร นำท่านเดินทางสู่สนามบินกรุงทบิลิซี เพื่อตรวจเช็คเอกสารการเดินทางและสัมภาระเตรียมตัวเดินทางกลับ

09.15 น. : ออกเดินทางจากกรุงทบิลิซี กลับกรุงเทพฯ โดยสายการบินสายการบินไทยแอร์เอเชียเอกซ์(XJ) เที่ยวบินที่ XJ909 (09.15-20.10) (ใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 07.55 ชั่วโมง บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)

20.10 น. : เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

เงื่อนไข
  1. ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ (EconomyClass) แบบหมู่คณะ/ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการ
  2. ค่ารถโค้ช ปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ
  3. ค่าห้องพักในโรงแรมที่ระบุตามรายการหรือเทียบเท่า
  4. ค่าอาหารที่ระบุตามรายการ
  5. ค่าเข้าชมสถานที่ทุกแห่งที่ระบุตามรายการ
  6. ค่าประกันอุบัติเหตุในการเดินทางวงเงินประกันท่านละ 3,000,000 บาทและค่ารักษาพยาบาล 2,500,000บาทไม่คุ้มครอง โรคประจำตัวหรือโรคร้ายแรงที่แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นก่อนเดินทางรายละเอียดอื่นๆเป็นไปตามเงื่อนไขแห่งกรมธรรม์ฯ
  7. ค่าประกันรวมรักษาโควิดหากป่วยหรือต้องกักตัวในต่างประเทศ (รายละเอียดเป็นไปตามเงื่อนไขแห่ง.  กรมธรรม์)
  8. น้ำดื่มวันละ 1 ขวด / ท่าน
  9. ค่าน้ำหนักกระเป๋า (น้ำหนัก 20 กิโลกรัม)
  1. ค่าธรรมเนียมจัดทำหนังสือเดินทาง, แจ้งเข้าแจ้งออกสำหรับผู้ที่ไม่ได้ถือหนังสือเดินทางของไทย
  2. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย3% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ในกรณีที่ต้องการใบกำกับภาษี
  3. ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆเช่นค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, มินิบาร์และทีวีช่องพิเศษฯลฯ
    4. ค่าอาหารและเครื่องดื่มสั่งพิเศษ
  4. ค่าปรับสัมภาระที่เกินกว่าที่สายการบินกำหนด
  5. ค่าทิปไกด์ท้องถิ่นและคนขับรถ (60 EUR) ตลอดการเดินทาง
  6. ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ตามความพึงพอใจ

หมายเหตุสำคัญเพิ่มเติม

  1. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าชดเชยความเสียหายกรณีที่เกิดจากเหตุวิสัย อาทิการล่าช้าของสายการบิน, การนัดหยุดงาน, การประท้วง, การก่อจลาจล,อุบัติเหตุ,ปัญหาการจราจร,ภัยธรรมชาติ,ภูเขาไฟระเบิด, แผ่นดินไหวโรคระบาดและเหตุสุดวิสัยต่าง ๆ ฯลฯ ที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้
  2. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายท่องเที่ยวหรือยกเลิกจากเหตุสุดวิสัยอาทิการล่าช้าของสายการบิน, การนัดหยุดงาน,การประท้วง,การก่อจลาจล,อุบัติเหตุ,ปัญหาการจราจร,ภัยธรรมชาติ,ภูเขาไฟระเบิด, แผ่นดินไหว, โรคระบาดและเหตุสุดวิสัยต่าง ๆฯลฯ ที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ ทั้งนี้ทางบริษัทจะคำนึงถึง ผลประโยชน์และความปลอดภัย ของทุกท่านเป็นสำคัญ
  3. ท่านจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบดูแลทรัพย์สินของมีค่าส่วนตัวต่างๆของท่านเองหากเกิดการสูญหายของ

ทรัพย์สินส่วนตัว ของมีค่าต่างๆระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวอันมีสาเหตุมาจากผู้เดินทาง ทางบริษัทฯจะไม่สามารถรับผิดชอบทุกกรณี

  1. บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าชดเชยความเสียหายกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองไม่อนุญาตให้

เดินทางออก หรือกองตรวจคนเข้าเมืองของแต่ละประเทศไม่อนุญาตให้เข้าเมืองรวมท้ังในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือ เดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) เดินทาง หากท่านถูกปฏิเสธการเดินทางเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง หรือ เนื่องจากเหตุผลหรือความผิดของตัวท่านเอง

  1. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการขายหรือไม่ขายเป็นรายกรณีเช่นผู้ที่ตั้งครรภ์, เด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ, ผู้ที่นั่งวิลแชร์หรือ บุคคลที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ฯลฯ กรุณาแจ้งบริษัทฯเพื่อสอบถามและหาข้อสรุปร่วมกันเป็นรายกรณี
  2. ราคาทัวร์เป็นการชำระแบบเหมาจ่ายกับต่างประเทศไปหมดก่อนกรุ๊ปเดินทางแล้วหากท่านไม่ได้ใช้บริการบาง รายการหรือยกเลิก ไม่สามารถเรียกร้องเงินคืนได้
  3. เนื่องจากเราเดินทางเป็นหมู่คณะ ทางบริษัท จึงคำนึงถึงประโยชน์ และความปลอดภัย ของส่วนรวมเป็นสำคัญ
  4. ห้ามนำเข้ากัญชา กัญชง หรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของพืชชนิดดังกล่าวเข้าประเทศ หากฝ่าฝืน จะมีโทษตามกฎหมายของแต่ละประเทศ บางประเทศมีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต
  5. มัคคุเทศก์ พนักงาน และตัวแทนของบริษัทฯ ไม่มีสิทธิ์ในการให้คําสัญญาใด ๆ ทั้งสิ้นแทนบริษัทฯ นอกจาก

มีเอกสารลงนามโดยผู้มีอํานาจของบริษัทฯ กํากับเท่านั้น

โปรแกรมทัวร์ที่น่าสนใจ
  • ธ.ค.65 - มี.ค.66
  • 3 วัน 2 คืน
เริ่มต้น 9,888 บาท
  • ก.พ.66 - มี.ค.66
  • 6 วัน 4 คืน
เริ่มต้น 45,977 บาท
  • ก.พ.66 - เม.ย.66
  • 5 วัน 3 คืน
เริ่มต้น 39,999 บาท
  • เม.ย.66 - มิ.ย.66
  • 9 วัน 6 คืน
เริ่มต้น 119,999 บาท